อสังหาเชียงใหม่กับการวางแผนภาษีสำหรับนักลงทุน สิ่งที่ต้องรู้เพื่อลดภาระที่ถูกกฎหมาย
การวางแผนภาษีที่ดีเป็นส่วนหนึ่งของการเป็นนักลงทุนที่ฉลาด แต่ต้องทำในกรอบที่ถูกกฎหมายเท่านั้นค่ะ
ภาษีที่นักลงทุนอสังหาต้องรู้
1. ภาษีเงินได้จากค่าเช่า
รายได้จากค่าเช่าถือเป็นเงินได้พึงประเมินประเภทที่ 5 ต้องยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาทุกปี
การคำนวณ
รายได้ค่าเช่า - ค่าใช้จ่ายที่หักได้ = รายได้สุทธิ
ค่าใช้จ่ายหักได้แบบเหมา: 30% ของรายได้ค่าเช่า (โดยไม่ต้องพิสูจน์)
ตัวอย่าง: ค่าเช่า 120,000 บาท/ปี
หักค่าใช้จ่ายเหมา 30%: 36,000 บาท
เงินได้สุทธิเพื่อคำนวณภาษี: 84,000 บาท
(บวกกับรายได้อื่นๆ ในการคำนวณภาษีรวม)
2. ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง
บ้านที่อยู่อาศัยเอง (Primary Residence): ลดหย่อนถึง 50 ล้านบาท = ไม่มีภาษี
บ้านที่อยู่อาศัยหลังที่สอง: 0.02% ของราคาประเมิน
ทรัพย์ที่ปล่อยเช่า: 0.3-0.7% ของราคาประเมิน
ที่ดินเปล่า: 1.2% หลังปีที่ 3
3. ภาษีจากการขายอสังหา (ตอนโอน)
ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย (ผู้ขายจ่าย): คำนวณจากฐานภาษีที่กรมสรรพากรกำหนด และจำนวนปีที่ถือครอง
SBT 3.3% หรืออากรแสตมป์ 0.5% (ผู้ขายจ่าย): ขึ้นอยู่กับระยะถือครองและการมีชื่อในทะเบียนบ้าน
การวางแผนภาษีที่ถูกกฎหมาย
1. ถือครองทรัพย์นานกว่า 5 ปี
SBT 3.3% จะเปลี่ยนเป็น Stamp Duty 0.5% ถ้าถือนานกว่า 5 ปี ประหยัดได้มาก
2. มีชื่อในทะเบียนบ้านอย่างน้อย 1 ปีก่อนขาย
ช่วยลดภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายได้ในบางกรณี
3. บันทึกค่าใช้จ่ายจริงอย่างครบถ้วน
ถ้าค่าใช้จ่ายจริงสูงกว่า 30% แบบเหมา สามารถเลือกหักค่าใช้จ่ายจริงได้ ต้องมีใบเสร็จครบถ้วน
4. ปรึกษานักบัญชีที่เชี่ยวชาญด้านอสังหา
ภาษีอสังหามีความซับซ้อน การมีนักบัญชีที่เข้าใจคุ้มค่ามากกับต้นทุน
สิ่งที่ต้องหลีกเลี่ยง
การหลีกเลี่ยงภาษีผิดกฎหมาย เช่น การแจ้งราคาขายต่ำกว่าความเป็นจริงในเอกสารโอน มีความเสี่ยงทางกฎหมายสูงมากและอาจส่งผลต่อกรรมสิทธิ์ในอนาคต
หมายเหตุ: บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางภาษีเฉพาะบุคคล ควรปรึกษานักบัญชีหรือที่ปรึกษาภาษีสำหรับสถานการณ์เฉพาะของท่าน
MORE Value. MORE Trust. Always.
สอบถามเพิ่มเติม หรือนัดชมทรัพย์ได้ที่
Line: @morecm | www.morepropertycm.co.th
อรกัญญา: 083-236-9428
เอกนรินทร์: 096-236-9745
TH
EN