อสังหาเชียงใหม่กับปัญหา PM2.5 วิธีเลือกทรัพย์และปรับบ้านให้ปลอดภัยตลอดปี
PM2.5 เป็นปัญหาที่ผู้อยู่อาศัยและผู้ซื้ออสังหาในเชียงใหม่ต้องเข้าใจและวางแผนรับมือ บทความนี้ให้ข้อมูลและแนวทางปฏิบัติจริงค่ะ
สถานการณ์ PM2.5 ในเชียงใหม่
ช่วงหมอกควันหนักที่สุด: กุมภาพันธ์-เมษายน
เชียงใหม่อยู่ในพื้นที่แอ่งกระทะล้อมรอบด้วยภูเขา ทำให้ควันสะสมได้ง่ายในช่วงที่ไม่มีฝนและมีการเผา บางปีค่า PM2.5 สูงเกิน 200 μg/m³ ซึ่งสูงกว่า WHO Standard (15 μg/m³) มากกว่า 10 เท่า
วิธีเลือกทรัพย์ที่คำนึงถึง PM2.5
1. เลือกอาคารที่ปิดผนึกได้ดี
คอนโดสมัยใหม่ที่มีระบบ Double Glazing และผนังที่ปิดผนึกได้ดีกันฝุ่นได้ดีกว่าบ้านเก่าที่มีช่องว่างตามซอกมุม
2. ตรวจสอบว่ามีระบบกรองอากาศกลางหรือไม่
คอนโดบางโครงการมีระบบกรองอากาศ HEPA สำหรับทั้งอาคาร สำคัญมากในช่วงหมอกควัน
3. พิจารณาชั้นสูงกว่า
PM2.5 มักหนักที่สุดที่ระดับพื้น ชั้นสูงขึ้นมักได้รับผลกระทบน้อยกว่าเล็กน้อย แต่ไม่ได้ต่างมากนักในช่วงที่ฝุ่นหนักมาก
4. ตรวจสอบทิศทางลมและแหล่งเผาใกล้เคียง
ทรัพย์ที่อยู่ใต้ลมจากพื้นที่ที่มีการเผามากอาจได้รับผลกระทบมากกว่า
การปรับบ้านหรือคอนโดให้ปลอดภัยจาก PM2.5
1. เครื่องฟอกอากาศ HEPA
สำคัญที่สุด ลงทุนในเครื่องที่ได้มาตรฐาน HEPA H13 ขึ้นไป กำลังไฟฟ้าต้องเหมาะกับขนาดห้อง
ต้นทุน: 3,000-15,000 บาท/เครื่อง
2. ปิดหน้าต่างและประตูให้สนิทในช่วงหมอกควัน
ใช้ Weather Stripping Seal รอบประตูและหน้าต่างที่มีช่องว่าง
ต้นทุน: 500-3,000 บาท
3. ฟิล์มกรองอากาศสำหรับแอร์
บางแอร์รุ่นใหม่มี Filter PM2.5 ในตัว แต่ถ้าไม่มีสามารถซื้อ Filter เสริมได้
ต้นทุน: 500-2,000 บาท
4. ต้นไม้กรองอากาศภายในบ้าน
ต้นไม้บางชนิดช่วยกรองอากาศได้บ้าง แต่ไม่ใช่ทางแก้ไขหลักสำหรับ PM2.5 ระดับสูงมาก
ผลของ PM2.5 ต่อมูลค่าทรัพย์
ทรัพย์ที่มีระบบกรองอากาศ HEPA ครบชุด
เพิ่มความน่าสนใจสำหรับผู้เช่าที่ใส่ใจสุขภาพ สามารถเพิ่มค่าเช่าได้ 1,000-3,000 บาท/เดือน
ทรัพย์ที่ไม่มีระบบกรองอากาศใดเลย
กำลังถูกมองข้ามมากขึ้นในกลุ่มผู้เช่าต่างชาติที่ให้ความสำคัญกับสุขภาพ
MORE Value. MORE Trust. Always.
สอบถามเพิ่มเติม หรือนัดชมทรัพย์ได้ที่
Line: @morecm | www.morepropertycm.co.th
อรกัญญา: 083-236-9428
เอกนรินทร์: 096-236-9745
TH
EN